ไทยเพ็ท
ไทยเพ็ท

               
     
อุปนิสัย 7 ประการของแมว
แมว จะทำเสียงนี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มที่จะสร้างเสียง (รายละเอียดเพิ่มเติม)

อุปนิสัย 7 ประการของแมว

ทำไม……..แมวชอบร้องเหมียวๆ

แมวจะทำเสียงนี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มที่จะสร้างเสียงแบบนี้ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่ และในเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการ ให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะหลับ ซึ่งคล้ายๆกับเสียงกรน ครั้งต่อไปถ้าได้ยินเสียงนี้อีก ลองถามเค้าดูนะคะว่าเค้าต้องการอะไรรึเปล่า

cat

ทำไม……..แมวจึงชอบที่จะนอน

พวกเค้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่า ที่มักไม่ชอบไปออกล่าเหยื่อหรือหาอาหาร





ทำไม……..แมวจึงชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

พฤติกรรมการข่วนของแมวนั้นมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น เป็นการฝนเล็บให้สวยงาม และแมวมีความสุขที่จะได้ทำเช่นนั้น และยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเองเพื่อป้องกันผู้บุกรุกอีกด้วย แมวมักข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้นเราควรจัดที่ให้เค้าได้ฝนเล็บเป็นสัดส่วนในบ้านด้วย

cat

ทำไม…….แมวชอบนอนหงายแล้วกลิ้งไปกลิ้งมา

หลายคนคิดว่าการนอนไถหลังกับพื้น เป็นการกำจัดตัวหมัดจากร่างกาย แต่จริงๆแล้วเป็นการแสดงอาการยอมรับเรา หรือทักทายเรา ดังนั้นครั้งต่อไปถ้าเจออาการแบบนี้ ให้รู้ไว้นะคะว่าเค้าอยากให้เราแสดงความเป็นมิตรต่อเค้าด้วยการลูบท้องค่ะ

ทำไม……..แมวชอบคลอเคลียที่ขาเรา

แมวมีต่อมกลิ่นทั่งร่างกาย เช่น ริมฝีปาก สีข้าง หน้าผาก หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียด้วย การแสดงอาการนี้บ่งบอกว่าเค้าต้องการที่จะแสดงความเป็นเจ้าของเรา ดังนั้นเราจงภูมิใจนะคะว่าเค้ารักเรา

ทำไมแมวต้องใช้กระบะทราย

เพราะแมวมักจะถ่ายบนกระบะทรายเสมอ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ดี โดยเป็นสัณชาตญาณสัตว์ป่า เพราะในป่าต้องมีการหลบซ่อนศัตรู ถือเป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน

cat

ทำไมแมวชอบเลียขน

การเลียสามารถกำจัดเศษขนที่หลุดร่วงและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวเองก็จะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิด โดยมีแม่แมวเป็นผู้สอน

ขอขอบคุณที่มา :

http://www.wattanavet.com

http://www.thaipetonline.com

หัวข้อนี้คุณอ่านหรือยัง ?

ไม่มีความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS

ใส่ความเห็น

(ต้องการ)

(ต้องการ)