ย้ายเว็บบอร์ดใหม่ครับ รบกวนสมาชิกดำเนินการ ย้ายไปเล่นบอร์ดใหม่เราด้วยนะครับที่นี่ครับ http://www.thaipetonline.com/posts/index.php
 
ไทยเพ็ท
ไทยเพ็ท

               
     
 
     
บริการทำเว็บสัตว์เลี้ยง
แนะนำบริษัทรับจัดทำเว็บไซต์ สำหรับเจ้าของกิจการ ฟาร์มต้องการมีเว็บ เป็นของตัวเอง สามารถลองดู package บริการรับทำเว็บได้ที่นี่

ว่าด้วยชีวะ ตามกฎของเมนเดล การผสมพันธุ์ และ พัฒนาสายพันธุ์

ว่าด้วยวิชา ชีวะ ตามกฎของเมนเดล

เกรเกอร์ เมนเดล (พ.ศ. 2365-พ.ศ. 2427) บิดาทางพันธุศาสตร์ เกิดที่เมืองไฮน์เซนดรอฟ ประเทศออสเตรีย เป็นบุตรชายคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของชาวนายากจนคนหนึ่ง โดยต่อมา เมนเดลได้ไปบวชแล้วได้รับตำแหน่งรับผิดชอบดูแลสวน ในปี พ.ศ. 2390

กฎของเมลเดล กล่าวไว้ว่า สิ่งมีชึวิตที่จะมีโอกาสอยู่รอดในธรรมชาติได้

ก็ต่อเมื่อ รู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติได้ หากมิเช่นนั้นแล้ว

ก็จะถูกคัดออก โดยธรรมชาติ หรือ ตายไปในที่สุด

กฏของเมลเดล

1.หน่วยพันธุ์กรรมแต่ละคู่จะเป็นอิสระ

2.ลักษณะได้ที่ปรากฏได้บ่อยครั้งเป็นลักษณะเด่นลักษณะได้ปรากฏได้น้อยครั้งเป็นลักษณะด่อย

3.อัตราส่วนของลักษณะเด่นต่อลักษณะด่อยในรุ่นหลายจะมีอัตราส่วน 3ต่อ1เสมอ

75

พื้นฐานการปรับปรุงพันธุ์สัตว์

wwการปรับปรุงพันธุ์สัตว์เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับการนำสัตว์จากธรรมชาติมาเลี้ยง มนุษย์รู้จักนำสัตว์มาเลี้ยงตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผลของการที่มนุษย์นำสัตว์จากธรรมชาติซึ่งมีชีวิตเป็นอิสระมาเลี้ยงในที่กักขัง จึงทำให้สัตว์เชื่องและอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ควบคุมได้ก่อให้เกิดผลทาง พันธุกรรมจากการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์สัตว์ สัตว์ตัวใดที่แข็งแรงหรือสมบูรณ์ก็ย่อมมีโอกาสที่จะขยายพันธุ์ได้มากกว่าสัตว์ ที่มีขนาดเล็กและอ่อนแอ ในขณะเดียวกันมนุษย์ก็พยายาม คัดเลือกสัตว์ที่มีลักษณะดี ตามความต้องการเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นไม่สะดวก การผสมพันธุ์สัตว์จึงทำในกลุ่มเดียวกัน ทำให้สัตว์แต่ละกลุ่มมีรูปร่างลักษณะเหมือนกันมากขึ้นไม่ว่าพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ หรือลูกที่เกิดมาซึ่งเราเรียกว่า พันธุ์ (breeds)

สัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหลายพันธุ์ซึ่งแต่ละพันธุ์มีรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่าง กันไป การกำหนดชื่อพันธุ์ชนิดต่าง ๆ มักยึดถือจากกลุ่มของสัตว์ที่มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกันเป็นหลัก

ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์

การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในปัจจุบันมักจะรวมความถึงการคัดเลือกและผสมพันธุ์สัตว์ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ได้สัตว์พันธุ์ใหม่ ๆ หรือได้สัตว์สายพันธุ์ที่แข็งแรง ให้ผลตอบแทนสูงและให้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้นในประเทศที่เจริญแล้วก็ได้คิดค้นวิธีการปรับปรุงพันธุ์สัตว์โดยใช้เทค โนโลยีที่ทันสมัย เช่น การย้ายฝากตัวอ่อน และการตัดต่อยีน เป็นต้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าวิทยาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ก็จะดำเนินต่อไปอย่างไม่ห ยุดยั้ง ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ และต้องการพันธุ์สัตว์ที่ให้ผลผลิตหรือผลตอบแทนสูง รายละเอียดต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

1. ความหมายของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์

การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ หมายถึง การใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศิลปะมาประกอบกับกระบวนการคัดเลือกสัตว์ และแผนการผสมพันธุ์สัตว์ให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่มุ่งไว้ อาจจะเป็นการสร้างพันธุ์ใหม่ขึ้นมา หรือเป็นการรักษาคุณภาพพันธุ์เดิมให้คงอยู่ตลอดไป ในขั้นตอนของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์นั้น นักเลี้ยงสัตว์จะต้องศึกษาในเรื่องพันธุ์ของสัตว์ที่จะนำมาใช้โดยต้องคำนึงถึง เศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่นเดียวกับความอยู่รอดของสัตว์ที่จะนำมาเลี้ยงด้วยว่าจะเลี้ยงได้หรือไม่ และให้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร หากลักษณะสัตว์บางประการไม่เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้น ๆ ก็ต้องมีการนำสัตว์พันธุ์อื่นมาผสมเพื่อรวบรวมลักษณะที่ต้องการเอาเข้ามาไว้ใน ฝูง

2. ความสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์

โดยธรรมชาติสัตว์ก็มีการผสมพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์กันตามธรรมชาติ (natural selection) อยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีของการวิวัฒนาการ (evolution) แต่ในด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์เป็นการกระทำของมนุษย์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้สัตว์ที่เกิดขึ้นในรุ่นต่อ ๆ มามีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นความสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ คือ ได้สัตว์ที่มีคุณภาพดีกว่าสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติเกือบทุกด้าน และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์ สัตว์ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537)

ในการผสมพันธุ์สัตว์อย่างมีระเบียบนั้น ผู้ผสมจะต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เช่น รู้ประวัติ ความเป็นมาของพ่อแม่ รู้วัน เดือน ปีเกิด รู้ความสามารถของสัตว์ทุกตัว ซึ่งเราจะเก็บข้อมูลไว้ในสมุดคู่ฝูง และในที่สุดการเก็บหลักฐานเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์ก็เกิดขึ้น ได้มอบให้สมาคมพันธุ์สัตว์ (breed association) เป็นผู้จัดทำหลักฐานต่าง ๆ หลังจากสัตว์ตัวนั้นได้ถูกรับรองจากสมาคมว่าเป็นสัตว์พันธุ์แท้ (pure breed) ปัจจุบันจะผสมพันธุ์แท้กับพันธุ์พื้นเมืองเพื่อให้ได้ลูกผสม (hybrid) ที่ให้ผลผลิตที่ดีกว่าพันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่เดิม

3. ประโยชน์ของการปรับปรุงพันธุ์สัตว์

การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์อย่าง มากมาย ทั้งนี้เพราะการปรับปรุงพันธุ์สัตว์นอกจากจะทำให้เกิดสัตว์พันธุ์ใหม่และได้พันธุ์ สัตว์ที่ดีให้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาดแล้ว การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ยังก่อให้เกิดการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้ในการคัดเลือกและผสมพันธุ์สัตว์ เช่น การย้ายฝากตัวอ่อน และการตัดต่อยีน

หลักเบื้องต้นในการปรับปรุงสัตว์ตามหลักพันธุศาสตร์

w wการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทำได้โดยใช้ความรู้ทางพันธุ ศาสตร์ (genetic) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่เมนเดล (Mendel) ค้นพบว่า ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่อาจถ่ายทอดติดต่อกันไปชั่วแล้วชั่วเล่านั้นถูกควบคุมโดยหน่วย ควบคุมลักษณะ (genetic unit) ซึ่งเราเรียกว่า ยีน (gene) และยีนหรือหน่วยควบคุมลักษณะนั้นมักมีคุณสมบัติ ที่สำคัญ 2 ประการ คือ ถูกส่งข้ามชั่ว (generation) จากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลานโดยที่คุณสมบัติต่าง ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และเป็นศูนย์กลางที่คอยควบคุมให้สิ่งมีชีวิตนั้น ๆ มีโครงสร้าง ส่วนประกอบ และลักษณะอื่น ๆ สอดคล้องกับลักษณะของพ่อแม่ (ไพศาล เหล่าสุวรรณ, 2525) ซึ่งเราสามารถสรุปหลักเบื้องต้นในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ตามหลักพันธุศาสตร์ได้ ดังนี้

1. ประวัติของเมนเดล

wwเกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) นักบวชชาวออสเตรีย ได้เสนอผลงานของเขา ในที่ประชุมของสมาคมวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น ที่เมืองเบิร์น (Brunn) ที่เขาอาศัยอยู่ ในปี ค.ศ. 1866 สมาคมฯ ได้นำลงพิมพ์ในหนังสือรายงานการประชุมในปีถัดมา แต่ผลงานของเขาไม่ได้รับความสนใจ เมนเดลเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1884 ต่อมาในปี ค.ศ. 1900 ผลงานของเมนเดลถูกค้นพบโดยนักพฤกษศาสตร์ 3 ท่าน พร้อม ๆ กัน คือ ฮิวโก เดอ ฟรีส์ (Hugo de Vries) ชาวฮอลแลนด์ คาร์ล คอร์เรนส์ (Carl Correns) ชาวเยอรมัน และอีริค ฟอน เชอร์มาค (Eric von Tschermak) ชาวออสเตรีย บุคคลที่ทำให้ทฤษฎีของเมนเดลได้รับการยอมรับแพร่หลาย คือ นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ วิลเลียม เบทสัน (William Bateson) เขาเป็นผู้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์สาขานี้ว่า พันธุศาสตร์ (genetics) ทฤษฎีของเมนเดลสามารถอธิบายกลไกของการถ่ายทอดลักษณะได้ เมนเดลได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์ (father of genetics) ในเวลาต่อมา (ธาตรี จีราพันธุ์, 2548) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้สรุปทฤษฎีเกี่ยวกับการสืบทอดพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตขึ้น มา 3 ประการ ดังนี้

  1. ลักษณะในสิ่งมีชีวิตนั้นอาจถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้ โดยมี “สิ่งบางอย่าง” เฉพาะลักษณะนั้น ๆ ซึ่ง “สิ่งบางอย่าง” ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะนั้น ต่อมาเรียกว่า ยีน
  2. ยีนสำหรับถ่ายทอดลักษณะจะมีอยู่กันเป็นคู่ ๆ (duplication)
  3. ยีนที่อยู่คู่กันจะแยกตัว (segregate) จากกันในกระบวนการสืบพันธุ์และจะมา รวมกันอีก (recombination) ในสิ่งมีชีวิตรุ่นต่อไป

2. คำจำกัดความของคำศัพท์ทางพันธุศาสตร์

ในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์นั้นผู้ที่ทำการคัดเลือกและผสมพันธุ์สัตว์ต้องมีความรู้ ทางพันธุศาสตร์พอสมควร ทั้งนี้เนื่องจากการคัดเลือกและผสมพันธุ์สัตว์จะต้องนำความรู้ทางพันธุศาสตร์ มาใช้ ผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ทางพันธุศาสตร์ดีก็มักจะดำเนินการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ได้เร็วและได้ผล ในทางพันธุ์ศาสตร์มีคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ดังนี้

  1. factor ในการทดลองของเมนเดล คือ ยีนในปัจจุบันนั่นเอง
  2. genotype คือ องค์ประกอบของยีนที่เรียงตัวอยู่บนโครโมโซม เราไม่สามารถมองเห็นได้ เป็นลักษณะที่เขียนเพื่อแสดงการทำงานของยีนกลุ่ม ยีนนี้จะก่อให้เกิดลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น โคมี genotype Bb จะแสดงลักษณะสีดำ เป็นต้น
  3. phenotype หมายถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่เราสามารถมองเห็น สัมผัสหรือชั่งตวงวัดได้ เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ เช่น สีขนของโค สุกรหูสกปรก ไก่ให้ไข่ 300 ฟองต่อปี เป็นต้น
  4. dominance gene หมายถึง ยีนนำลักษณะเด่นหรือข่ม นิยมใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ในภาษาอังกฤษ เช่น โคมียีน Bb ซึ่งยีน B คือ ยีนเด่น นำลักษณะการมีสีดำของโค
  5. recessive gene หมายถึง ยีนนำลักษณะด้อย นิยมใช้สัญลักษณ์ตัวอักษรอังกฤษพิมพ์เล็ก เช่น Bb ซึ่ง b คือ ยีนด้อย นำลักษณะการมีสีแดงในโค
  6. allele คือ ยีนที่มีตำแหน่งบน homologous chromosome เช่น โคที่มี genotype Pp จะมี 2 Alleles คือ P และ p
  7. genotypic ratio หมายถึง อัตราส่วนของ genotype ที่เกิดในรุ่นลูกหลาน
  8. phenotypic ratio หมายถึง อัตราส่วนของลักษณะต่าง ๆ ที่เกิดในรุ่นลูกหลาน
  9. gamete เป็นหน่วยสืบพันธุ์ เป็นเซลล์ที่แบ่งตัวแบบ meiosis ในอวัยวะสืบพันธุ์มีจำนวนโครโมโซมเพียง 1 ชุด (n) ในเพศผู้คือ อสุจิ (sperm) ในเพศเมียคือ ไข่ (ovum)
  10. heterozygous genotype คือ สัตว์ที่มีองค์ประกอบของยีนที่คู่ต่างชนิดกัน เช่น Pp , Bb , Aa สัตว์ที่มียีนแบบนี้เราเรียกว่าเป็นลูกผสม (hybrid)
  11. homozygous genotype คือ สัตว์ที่มีองค์ประกอบของยีนเหมือนกัน เช่น PP , BB , AA สัตว์ที่มียีนแบบนี้เราเรียกว่าเป็นสัตว์พันธุ์แท้ (pure breed)
  12. homologous chromosome หมายถึง สภาพที่โครโมโซมเหมือนกันมาเข้าคู่กัน
  13. locus หมายถึง จุดหรือที่ตั้งของยีนบน chromosome

3. ขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

wwขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในสัตว์ชั้นสูง มีอยู่ 2 ขบวนการคือ ขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ และขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เซลล์สืบพันธุ์ในเพศผู้ คือ อสุจิ เซลล์สืบพันธุ์ในเพศเมีย คือ ไข่ (ภาพที่ 6.1) ซึ่งขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์มีดังนี้

  1. ขบวนการสร้างอสุจิหรือเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (spermatogenesis) เกิดขึ้นที่อัณฑะ (testis) บริเวณท่อผลิตอสุจิ (seminiferous tubules) โดยเริ่มจากเซลล์อสุจิเริ่มต้น (spermatogonia) ที่มีมาตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์แม่ เมื่อลูกสัตว์เพศผู้เจริญเติบโตขึ้น เซลล์อสุจิเริ่มต้นก็จะแบ่งเซลล์แบบไมโตซิสเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อสัตว์ถึงวัยหนุ่มหรือวัยผสมพันธุ์ (puberty) ฮอร์โมนเพศผู้เริ่มทำงาน ขบวนการสร้างอสุจิก็จะเกิดขึ้น โดยเซลล์อสุจิเริ่มต้นจะเจริญพัฒนาตัวมาเป็นเซลล์- สเปอร์มาโทไซต์ขั้นต้น (primary spermatocyte) ซึ่งมีจำนวนโครโมโซม 2 ชุด (2n) จากนั้นเซลล์สเปอร์มาโทไซต์ขั้นต้นจะทำการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ลดจำนวนโครโมโซมลงเหลือครึ่งหนึ่ง (n) พร้อมกับอาศัยขบวนการเจริญพัฒนา (growth and differentiation) จนในที่สุดก็จะได้ตัวอสุจิที่สมบูรณ์ (spermatozoa) ขบวนการสร้างอสุจิในมนุษย์ใช้เวลาประมาณ 64 วัน ในสุกรใช้เวลาประมาณ 60 วัน (ดำรง กิตติชัยศรี และคนอื่น ๆ, 2546)
  2. ขบวนการสร้างไข่ (oogenesis) เกิดขึ้นที่รังไข่ (ovary) บริเวณรังไข่ชั้นนอก (cortex of ovary) โดยเริ่มจากเซลล์ไข่เริ่มต้น (oogonia) ที่มีมาตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์แม่ เมื่อลูกสัตว์เพศเมียเจริญเติบโตขึ้น เซลล์ไข่เริ่มต้นก็จะแบ่งเซลล์แบบไมโตซิสเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อสัตว์ถึงวัยสาวหรือวัยผสมพันธุ์ ฮอร์โมนเพศเมียเริ่มทำงาน ขบวนการสร้างไข่ก็จะเกิดขึ้น โดยเซลล์ไข่เริ่มต้นจะเจริญพัฒนาตัวมาเป็นเซลล์โอโอไซต์ขั้นต้น (primary oocyte) ซึ่งมีจำนวนโครโมโซม 2 ชุด (2n) จากนั้นเซลล์โอโอไซต์ขั้นต้น จะทำการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสลดจำนวนโครโมโซมลงเหลือครึ่งหนึ่ง (n) พร้อมกับอาศัยขบวนการเจริญพัฒนา จนในที่สุดก็จะได้เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ (ovum) ในมนุษย์ขบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 28 วัน โดยจะเกิดขึ้นเป็นวงรอบต่อเนื่องกันไปเช่นเดียวกับวงรอบการมีระดู (menstruation) (ธาตรี จีราพันธุ์, 2548)

4. โครโมโซมและยีน (chromosome and gene)

โครโมโซมและยีนถือว่าเป็นหน่วยของพันธุกรรมที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต ในสัตว์แต่ละชนิดจะมีจำนวนโครโมโซมและยีนแตกต่างกันออกไป ซึ่งตามปกติแล้วโครโมโซมและยีนจะอยู่กันเป็นคู่ ๆ ในสัตว์ปกติ และจะแยกออกจากกันเมื่อเข้าสู่ขบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้

  1. โครโมโซม โครโมโซมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์อยู่ภายในนิวเคลียส (nucleus) ของเซลล์ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิต โครโมโซมมีองค์ประกอบหลัก คือ DNA (deoxyribonucleic acid) ซึ่ง DNA นี้จะเป็นตัวควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิตผ่านทางขบวนการเพิ่มจำนวน (duplication) ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติของกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ได้ไม่ว่าจะแบ่งเซลล์กี่ครั้งก็ตาม โครโมโซมอยู่กันเป็นคู่ ๆ ซึ่งมีแน่นอนในสัตว์แต่ชนิด

เอกสารอ้างอิง

จรัส สว่างทัพ. (2539). หลักการเลี้ยงสัตว์. บุรีรัมย์ : โปรแกรมวิชาสัตวบาล คณะเทคโนโลยี การเกษตร สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์.

ชวนิศนดากร วรวรรณ, ม.ร.ว. (2528). หลักการเลี้ยงสัตว์ทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย.

ชุมพล ทรงวิชา. (2542). หลักการเลี้ยงสัตว์ทั่วไป. สกลนคร : โปรแกรมวิชาสัตวบาล คณะเทคโนโลยีการเกษตร

ขอไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะ มันเยอะมั๊กๆ

www.nsru.ac.th

หัวข้อนี้คุณอ่านหรือยัง ?

Facebook Comment
10 16:38
10 15:30
10 14:21
10 07:56
10 07:36
10 06:42
10 03:24
10 01:26
09 14:34
09 13:48

งานอบรมเลี้ยงกระต่ายอย่างไรให้ปลอดโรคและอายุยืนยาว
สวัสดีครับสมาชิก ไทยเพ็ทออนไลน์ และ สมาชิกแฮมสเตอร์ออนไลน์ รวมไปถึงผู้รักสัตว์เลี้ยงทุ (รายละเอียดเพิ่มเติม)
หนูยักษ์คาปิบาร่า ตัวใหญ่สุดในโลก ขวัญใจนักท่องเน็ต
"เจ้าแชปลิน" หนูแฮมสเตอร์ตัวใหญ่ที่สุดในโลกจากรัฐเท็กซัส กลายเป็นขวัญใจนักท่องเน็ต มีผ (รายละเอียดเพิ่มเติม)