ไทยเพ็ท
ไทยเพ็ท

               
     
กรมปศุสัตว์พบสารซัลบูทามอลในอาหารสุกร
จำนวน 5 ฟาร์ม ใน ต.ดอนเพรา อ.ดอนตูม และ ต.ดอนยายหอม ต.หนอปากโลง ต.สามควายเผือก ต.มาบแค อ.เมือง ซ (รายละเอียดเพิ่มเติม)
วิจัยพัฒนาโคนมพันธุ์ไทย "ทรอปิคอล โฮลสไตน์"
พัฒนาน้ำเชื้อพ่อโคนมพันธุ์ดี สร้างโคนมที่ให้ทั้งผลผลิต คุณภาพ ปริมาณน้ำนมไขมัน โปรตีน (รายละเอียดเพิ่มเติม)

ศูนย์เรียนรู้เลี้ยงแพะ ซีพีเอฟ.มุ่งสร้างงาน อาชีพ...มวลชน
"การเลี้ยงแพะ" ในประเทศไทยมีอยู่ในหลายๆพื้นที่และมีมาอย่างเนิ่นนาน และเมื่อกระแสการบริ (รายละเอียดเพิ่มเติม)
หอยกะพงเทศระบาด....
นักศึกษา มอ. พบหอยกะพงเทศชนิดพันธุ์ต่างถิ่นจากทวีป อเมริกา ชนิดเดียวกับที่ระบาดในหลายป (รายละเอียดเพิ่มเติม)

‘หิ่งห้อย’ ดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม

h100[1]

 

“หิ่งห้อย” แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ หิ่งห้อยบก ซึ่งตัวหนอนจะอาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีความชุ่มชื้น หิ่งห้อยน้ำ ตัวหนอนจะอาศัยอยู่ในน้ำ และกลุ่มสุดท้ายคือ หิ่งห้อยครึ่งน้ำครึ่งบก ตัวหนอน จะอาศัยตามริมฝั่งแหล่งน้ำและสามารถอยู่  ใต้น้ำได้ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2539 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์แก่องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ให้ศึกษาความสัมพันธ์ของพรรณไม้ป่ากับหิ่งห้อยให้ได้ทราบครบวงจรชีวิต

ดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่าดร.สมยศ ศิลาล้อม นักกีฏวิทยา จากสำนักงานวิจัย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ให้รายละเอียดถึงความสำคัญของหิ่งห้อยไว้อย่างน่าสนใจว่า

“หิ่งห้อยถือเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำ   สิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตลอดวงจรชีวิตจะต้องอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำสะอาดและตามระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์ เช่น ในพื้นป่า บนภูเขาสูง ลำธารหรือตามริมแม่น้ำลำคลองและป่าชายเลนที่ยังไม่ประสบปัญหาด้านมลพิษมากนัก”

ทางด้านสัตววิทยาวงจรชีวิตของหิ่งห้อยจะมี 4 ระยะ คือ ไข่ ตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย เมื่อหิ่งห้อยตัวเต็มวัยได้ผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะวางไข่ ไข่ฟักเป็นตัวอ่อน ตัวหนอนจะมีการลอกคราบหลายครั้ง เมื่อโตจนถึงระยะสุดท้ายจะหยุดกินอาหารแล้วเข้าดักแด้และลอกคราบ  เป็นตัวเต็มวัย วงจรชีวิตสมบูรณ์จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปีเศษ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ตัวหนอนของหิ่งห้อยดำรงชีวิตแบบผู้ล่า กินสัตว์เล็กเป็นอาหาร เช่น หอย  ไส้เดือน ตัวอ่อนแมลง

หิ่งห้อยมีอวัยวะผลิตแสงอยู่บริเวณที่ปล้องท้อง ตัวเต็มวัยของเพศเมียจะมีขนาดและจำนวนปล้องผลิตแสงน้อยกว่าเพศผู้ ส่วนใหญ่หิ่งห้อยเพศเมียจะมีปล้องผลิตแสงจำนวน  1 ปล้อง ในขณะที่เพศผู้จะมีจำนวน 2 ปล้อง แสงที่เรืองออกมาจากปล้องท้องของหิ่งห้อยเกิดจากสาร ลูซิเฟอริน สันดาปกับออกซิเจนที่ได้รับจากการหายใจ หิ่งห้อยจะผลิตแสงได้ทันทีหลังฟักออกจากไข่ ในระยะตัวหนอนและระยะดักแด้แสงที่เรืองออกมาจะทำหน้าที่ป้องกันอันตรายจากการถูกล่า ส่วนในระยะตัวเต็มวัยแสงที่หิ่งห้อยกะพริบออกมาเพื่อส่งสัญญาณในการหาคู่ผสมพันธุ์ จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า ตัวอ่อนหิ่งห้อยดำรงชีวิตแบบผู้ล่า ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารสัตว์ผู้ล่าชนิดอื่นได้เช่นกัน

นับได้ว่าหิ่งห้อยเป็นตัวถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศซึ่งถือได้ว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากจะทำให้ระบบนิเวศมีความ สมดุลในตัวเอง นอก จากนั้นจากการศึกษา ยังพบว่าหิ่งห้อยเป็น  สัตว์ที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงมาก เมื่อพบว่าแหล่งที่อยู่อาศัยถูกปรับเปลี่ยนหิ่งห้อยจึงปรับตัวไม่ทัน เป็นที่สังเกตว่าถ้าบริเวณใดมีหิ่งห้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทำให้คาดเดาได้ว่าพื้นที่นั้นมีความสมดุลของระบบนิเวศอยู่นั่นเอง

 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th

หัวข้อนี้คุณอ่านหรือยัง ?

ไม่มีความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS

ใส่ความเห็น

(ต้องการ)

(ต้องการ)