ย้ายเว็บบอร์ดใหม่ครับ รบกวนสมาชิกดำเนินการ ย้ายไปเล่นบอร์ดใหม่เราด้วยนะครับที่นี่ครับ http://www.thaipetonline.com/posts/index.php
 
ไทยเพ็ท
ไทยเพ็ท

               
     
 
     
บริการทำเว็บสัตว์เลี้ยง
แนะนำบริษัทรับจัดทำเว็บไซต์ สำหรับเจ้าของกิจการ ฟาร์มต้องการมีเว็บ เป็นของตัวเอง สามารถลองดู package บริการรับทำเว็บได้ที่นี่

หวั่น ‘พลับพลึงธาร’ สูญพันธุ์

th_v2

th_v2

พลับพลึงธาร…ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าต้องอยู่ในน้ำ พรรณไม้ชนิดนี้เป็นพืชหายากเฉพาะถิ่นที่พบในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก เท่านั้น แต่ตอนนี้เป็นที่น่าหวั่นวิตกกันว่า พรรณไม้ชนิดนี้อาจจะสูญพันธุ์ได้ในไม่ช้า (ภายใน 2-3 ปีเท่านั้น) หากไม่มีการอนุรักษ์ไว้

พลับพลึงธาร หรือ บางทีเรียกว่า หอมน้ำ พบในลำคลองธรรมชาติเขตจังหวัดระนองตอนล่างและพังงาตอนบน ได้แก่ อำเภอตะกั่วป่า อำเภอคุระบุรี อำเภอสุขสำราญและอำเภอกะเปอร์ ปัจจุบันสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก เนื่องจากการขุดลอกคลอง การสร้างฝายกั้นน้ำ และการลักลอบขุดหัวพันธุ์ในคลองธรรมชาติส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้ปริมาณลดลงมากทุกปีซึ่ง  มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้นี้

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญที่มีผลต่อการลดจำนวนของพลับพลึงธาร คือ การขุดลอกคลอง รองลงมา ได้แก่ การลักลอบขุดหัวพลับพลึงธารส่งขายในช่วงหน้าแล้งหรือเดือนธันวาคม-เมษายน โดยพ่อค้ารับซื้อราคาหัวละ 2-3 บาท  และส่งขายต่อในราคาหัวละ 10-12 บาท ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่    ดินที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการทับถม   ของตะกอนดินและหิน ทั้งยังมีการขุดหิน  และดินจากลำคลองเพื่อการก่อสร้าง ส่งผล  ให้พลับพลึงธารในลำคลองนาคา คลอง  บางปรุและคลองตาผุด ลดลงอย่างเห็น   ได้ชัด ปัจจุบันเหลือประมาณ 20% โดย   มีพื้นที่รวมประมาณ 10-15   ไร่ เท่านั้นซึ่งล่าสุดพลับพลึงธารในลำคลองบางปง อำเภอคุระบุรี ได้ถูก  คุกคามและหมดไป จากลำคลองดังกล่าวแล้ว

…ระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ไทยมีการ ส่งออกหัวพลับพลึงธารไปประเทศต่าง ๆ มากกว่า 21 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (EU) เป็นต้น ปีละประมาณ 1-2 แสนหัว ส่วนใหญ่นำไปใช้เป็นพันธุ์ไม้น้ำในตู้ปลาสวยงาม ซึ่งปี พ.ศ. 2552 ไทยมีการส่งออกหัวพันธุ์พลับพลึงธาร ประมาณ 128,590 หัว 57,484 ต้น นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชากรในธรรมชาติมีปริมาณน้อยลง  หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์พลับพลึงธารให้คงอยู่คู่ลำ คลอง คาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าพืชชนิดนี้อาจสูญพันธุ์ไปจากถิ่นกำเนิดของไทยอย่างแน่นอน…

นายมานิตย์ ใจฉกรรจ์ หัวหน้า ฝ่ายการค้าพืชตาม อนุสัญญา กอง  คุ้มครองพันธุ์พืช กล่าวว่า พลับพลึงธารยังไม่อยู่ในพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และไม่ได้อยู่ในบัญชีไซเตส (CITES) ทำให้การค้าและการส่งออกทำได้โดยง่าย ซึ่งปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรดำเนินการได้เพียงควบคุมการส่งออกหัวพันธุ์ โดยเน้นส่งเสริมให้บริษัทส่งออกหัวพันธุ์จากการขยายพันธุ์เทียมเท่านั้น เพื่อช่วยลดอัตราการลักลอบขุดจากคลองธรรมชาติออกไปขาย ขณะนี้มีผู้ประกอบการบางรายเริ่มนำหัวพันธุ์ไปเพาะขยายเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยใช้เทคนิคลอกเลียนสภาพธรรมชาติ ซึ่งปกติพลับพลึงธารจะอยู่ในลำคลองที่มีน้ำไหลและน้ำสะอาดเท่านั้น ถ้านำไปปลูกนอกพื้นที่หรือแหล่งน้ำที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น บ่อน้ำนิ่ง จะไม่เจริญเติบโตและเน่าตายใน ที่สุด

ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานที่อนุมัติให้มี การขุดลอกคลอง นั้นต้องศึกษาและประเมินถึงผลดี ผลเสียจากการขุดลอกคลองก่อนเพราะจะทำให้พืชหายากอย่างพลับพลึงธารสูญพันธุ์ ไป

ชุมชนและท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญกับพืชชนิดนี้ เพราะเป็นพืชหายากที่พบในไทยถือเป็นหนึ่งเดียวในโลก

…เพราะหากไม่เร่งปกป้องและอนุรักษ์แหล่งกระจายพันธุ์ที่เหลืออยู่ อนาคตพลับพลึงธารอาจสูญพันธุ์ไปจาก  ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม และลูกหลานไทยอาจ   จะเห็นพลับพลึงธารเพียงรูปภาพเท่านั้น เพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ farmdaily@dailynews. co.th

ที่มา : http://www.dailynews.co.th

หัวข้อนี้คุณอ่านหรือยัง ?

Facebook Comment
10 16:38
10 15:30
10 14:21
10 07:56
10 07:36
10 06:42
10 03:24
10 01:26
09 14:34
09 13:48

งานอบรมเลี้ยงกระต่ายอย่างไรให้ปลอดโรคและอายุยืนยาว
สวัสดีครับสมาชิก ไทยเพ็ทออนไลน์ และ สมาชิกแฮมสเตอร์ออนไลน์ รวมไปถึงผู้รักสัตว์เลี้ยงทุ (รายละเอียดเพิ่มเติม)
หนูยักษ์คาปิบาร่า ตัวใหญ่สุดในโลก ขวัญใจนักท่องเน็ต
"เจ้าแชปลิน" หนูแฮมสเตอร์ตัวใหญ่ที่สุดในโลกจากรัฐเท็กซัส กลายเป็นขวัญใจนักท่องเน็ต มีผ (รายละเอียดเพิ่มเติม)